FayZereta: [Review] Banyantree Samui (Ocean View Villa)

[Review] Banyantree Samui (Ocean View Villa)

5/28/2558



สวัสดีค่า วันนี้เฟย์จะมารีวิวห้องพักโรงแรมบันยันทรี สมุย ที่เป็น 1 ในสถานที่ท่องเที่ยวฮอตฮิตของชาวต่างชาติ และคนไทยค่ะ เนื่องจากทริปนี้เฟย์ไปกับที่บ้านฉลองที่แม่ทำ IS สำเร็จหลังจากที่เหนื่อยหาข้อมูลอยู่หลายเดือน เลยตกลงไปพักผ่อนหย่อนใจสบายๆที่ โรงแรมบันยันทรี สมุยให้สมกับที่เหนื่อยมานาน…. หลังจากที่ตกลงไปกันแล้วก็ออกเดินทางโดยสายการบิน Bangkok Airway ค่าเครื่องไปกลับกรุงเทพ-สมุย อยู่ที่ราว 12,000/ คน ถือว่าราคาแรงใช่ย่อย พอๆกับไปฮ่องกงเลย ฮือออออ พอถึงที่พักก็จะมีรถลีมูซีนของโรงแรมมารับที่สนามบิน (รายละเอียรถอยู่ด้านล่างนะคะ)
>>> ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาทีก็ถึงตัวโรงแรม (ซอยโรงแรมแคบและเล็กมาก อันนี้ตกใจนิดหน่อย)



หลังจากนั้นก็ได้ Check-in และพนักงานโรงแรมก็พานั่งรถบัคกี้(คล้ายๆรถกอล์ฟ) ขึ้นเขาไปส่งที่ Villa ของเรา



ดูจากแผนที่แล้วเฟย์พักที่  Villa 107 ค่ะ โดยจะเป็น Ocean View Villa ที่เห็นวิวมุมสูงแบบ Paronoma สวยสุดๆ แต่เนื่องจากอยากได้วิวสวยๆก็ต้องแลกมากับการเดินทางที่แสนยาวไกลและสูงชันจาก Lobby  ซึ่งไกลมากกกก ระยะทางถือว่าไกลพอสมควรถ้าเดินเท้าคงเหนื่อยจนซี่โครงบานแหงๆ >.< == ซึ่งตลอดการพักที่นี่เฟย์โทรเรียกรถบัคกี้มารับตลอดเลยค่ะ ขี้เกียจเดิน 555+

Outdoor



หลังจากลงจากรถบัคกี้แล้วก็เปิดประตูเข้ามาพบกับห้องพักสุดหรูพร้อมมุมจิบกาแฟยามเช้าเก๋ๆ       





เดินเข้ามาจะพบมุมนี้ ซึ่งทางโรงแรมจัดให้เป็นเตียง Day Bed กว้างขวางไว้รับลมทะเลชิวๆสบายๆยามบ่าย ใครที่กลัวความสูงไม่ต้องกลัวนะคะเพราะจะมีกระจกแข็งแรงกั้นไว้กันเราตกลงไปด้วยค่ะ
(ถ้าพาเด็กเล็กมาด้วยก็หายกังวลได้ แต่ก็ต้องคอยอยู่ใกล้ๆน้องๆกันการปีนป่ายด้วยนะคะ)



ถัดจากมุม Day Bed เดินออกมาจะสามารถลงไปในสระน้ำส่วนตัวได้ ความสูงของสระที่ลึกที่สุดแค่ 1.3 เมตรเท่านั้นเองค่ะ





ว่างๆลองมานั่งเล่นรับลมเอาขาจุ่มน้ำป๋อมแป๋มๆกับสระว่ายน้ำส่วนตัว ก็เพลินดีไม่เบาเลยนะ ส่วนใครที่ชอบนั่งเอนหลังฟูกนุ่มๆก็มีที่นั่งพักผ่อนบนฟูกข้างสระว่ายน้ำเช่นเดียวกัน


ถือเป็นมุมโปรดที่สุดของเฟย์เลยก็ว่าได้นั่งคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย พร้อมกับมองวิวแบบ Paronama ทะเลสุดลูกหูลูกตา ใครที่อยากหาที่พักผ่อนหย่อนใจแบบสบายๆ มาลองพักดูก็ไม่เสียหลายค่ะ ^_^


อีกหนึ่งมุมสระว่ายน้ำส่วนตัวหน้าห้องพักค่ะยามเย็นค่ะ รูปนี้ไม่ได้ถ่ายเองนะคะ เอามาจาก Facebook : Banyantree Samui ค่ะ

Indoor


หลังจากพาชมบรรยากาศนอก Villa แบบ Exclusive เรียบร้อยแล้วก็มาถึงส่วนของห้องพักกันบ้าง
โดยห้องพักจะถูกเชื่อมต่อกัน 3 ห้องติดคือห้องนั่งเล่น ห้องนอน และห้องน้ำ ซึ่งห้องนอนจะอยู่กึ่งกลางระหว่าง
ห้องน้ำและห้องนั่งเล่น ตรงปลายเตียงนอนสามารถเปิดกระจกลงเอาขาจุ่มสระว่ายน้ำหรือลงเล่นน้ำทันทีเลยได้


ห้องนอน : ในส่วนของห้องนอนจะมีเตียงนุ่มขนาดใหญ่ ตกแต่งหัวเตียงไว้อย่างสวยงาม





มุมซ้ายของห้องนอนจะเชื่อมต่อกับห้องนั่งเล่นดูทีวีเสร็จปุ๊บเข้ามานอนได้ทันทีเลย ส่วนมุมขวาจะเชื่อมต่อกับห้องน้ำขนาดใหญ่
เรียกได้ว่าเชื่อมต่อกันทุกห้องเลยทีเดียว



ข้างหัวเตียงจะมีเครื่องอโรม่าซึ่งทางโรงแรมจะมาเปลี่ยนกลิ่นสลับปรับเปลี่ยนไปแต่ละวัน
เช่น Lemongrass Essential Oil, Orange Essential Oil  (ดูเอาใจใส่ดีนะตรงนี้)



เข้าไปค้นในตู้จะมีรองเท้าสำหรับใส่ในห้องลายเฉพาะของบันยันทรีใส่ถุงกุ๊กกิ๊กน่ารัก มีทั้งสีขาวสำหรับเท้าไซส์เล็ก
และสีดำสำหรับคนเท้าไซส์ใหญ่ (ให้ยืมใส่เฉยๆถ้าชอบก็มีขายนะเออ)

Bath Room





ห้องน้ำ : ห้องน้ำกว้างมากหรูมากด้วยสีโทนดำจากหินอ่อนและสีครีมตัดกันผสมผสานการใช้หินตกแต่งได้สวยเลยค่ะ



ส่วนที่ชอบที่สุดของห้องน้ำคืออ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ แช่น้ำไปชมวิวสวยๆแบบ Private สุดๆ ลองไปแช่แล้วฟินมากกกกก
ต้องอย่าลืมใส่ Bath Foam ของโรงแรมลงไปด้วย แทบจะขอลงไปนอนแช่แบบนั้นทั้งวันเลย ผ่อนคลายสุดๆ  หัวเราะ



ในส่วนของอุปกรณ์ในห้องน้ำก็มีผ้าขนหนูหลากหลายไซส์พับพร้อมใช้ และถุงผ้าใส่บรรดาแปรงสีฟัน ยาสีฟันที่คลุมผมพร้อมใช้
ถ้ามานอนที่นี่ไม่ต้องเตรียมอุปกรณ์อาบน้ำมาเลย เอามาแค่เสื้อผ้าและครีมทาหน้าก็พอละ





สำหรับคนที่อยากรีดเสื้อผ้าที่ห้องก็จะมีเตารีดเตรียมพร้อมไว้ให้เรียบร้อย แถมมีเสื้อคลุมปักชื่อเจ้าของห้องไว้ให้ด้วย (น่ารักดี)



ถ้าอยากเดินสวยๆเก๋ๆริมหาดก็สามารถยืมกระเป๋าของทางโรงแรมไปใช้ใส่ของได้ด้วย
ถ้าถูกใจไม่ให้นะค้า แต่ไปซื้อได้ที่  Banyantree Gallery ได้เลยค่ะ

Buffet in the Morning 



หลังจากที่พักผ่อนหลับเต็มตาตื่นขึ้นมา ก็โทรเรียกรถบัคกี้ให้มารับไปทาอาหารเช้าได้เลยค่ะ
โดยห้องอาหารเช้าจะอยู่โซนเดียวกับ Lobby และ Banyantree Gallery ซึ่งจะมีที่นั่งหลายแบบทั้งโซนรับลมข้างนอกหรือโซน indoor ก็แล้วแต่ชอบเลยค่ะ



สำหรับอาหารเช้านั้นก็จะมีหลากหลายพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นสปาเกตตี้ ไส้กรอก ข้าวต้ม ซูชิ ขนมปังหรือแม้กระทั่งติ่มซำก็มีค่ะ
แต่รสชาติอาหารถือว่าธรรมดาสแตนดาร์ดทั่วๆไป ไม่ได้อร่อยเลิศเลออย่างที่คิด คือรสชาติโอเคแต่ก็ไม่ได้อร่อยมากมาย



ขนมเองก็มีให้เลือกหลากหลาย แต่ก็ยังมีไม่มากพออย่างทีคาดไว้ ส่วนใหญ่จะเป็นขนมฝรั่งพวกเค้ก โดนัท และขนมปังอัลมอนด์ต่างๆ



แต่ถ้าใครชอบกินน้ำผลไม้แบบคั้นสดที่นี่ก็มีให้เลือกหลากหลายไม่เบาเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นน้ำแตงโม น้ำส้มคั้น น้ำสัปปะรด น้ำฝรั่ง น้ำแครอท เสียดายถ้ามีน้ำมะพร้าวสดเป็นลูกๆก็จะเริ่ดมาก


Sand Restaurant



เสร็จจากบุฟเฟต์ช่วงเช้าแล้ว เฟย์ก็กลับไปนอนเล่นพักผ่อนรัยบลมทะเลที่ห้องเหมือนเดิม
และตัดสินใจลงมาทานอาหารเย็นที่ห้องอาหาร Sand ของ Banyantree Samui ค่ะ
เป็นห้องอาหารสไตล์ยุโรปติดริมทะเลและหาดทรายให้บรรยากาศโรแมนติคสุดๆไปเลย
**ห้องอาหารที่นี่มี 2 ห้องคือห้องอาหาร Sand และ Saffron ซึ่งห้องอาหาร Sand จะเป็นแนวยุโรป
ส่วน Saffron จะเป็นแนวอาหารไทยฟิวชั่น ซึ่งพนักงานบอกว่า ต้องจองก่อนล่วงหน้าเพราะจะเต็มเร็วมากๆ**




อีกมุมของห้องอาหาร Sand ซึ่งจะเห็นได้ว่าบรรยากาศดีสุดๆ เป็นห้องอาหารยอดฮิตของคนต่างชาติเลยล่ะค่ะ



พอเวลา 1 ทุ่มเฟย์ก็เรียกรถบัคกี้เพื่อให้มารับไปทานอาหารที่ห้องอาหาร Sand ค่ะ ขอบอกว่าบรรรยากาศดีมากๆ
อากาศเย็นสบาย ลมไม่แรงจนเกินไป แถมเพิ่มความโรแมนติคด้วยแสงเทียน (ที่ทำให้ไม่ค่อยเห็นอาหารเท่าไหร่ 555)



ช่วงแรกพนักงานจะมาเสริ์ฟ Appitizer ขนมปังอบและกุ้งกับอะไรซักอย่างแต่ก็อร่อยดี ต่อด้วยสปาเกตตี้ Linguini Tomato-Tomato Pine Nut Sauce (700 baht) สเต็กปลาหิมะ Alaskan Snowfish (950 baht),  ตบท้ายด้วยของหวาน Dark Chocolate Terrine กับไอศครีมสตอเบอร์รี่เชอเบ็ต (350baht) ตอนแรกนึกว่าอาหารจะเลี่ยนๆแบบยุโรปจ๋า
แต่ผิดคาดอาหารรสชาติดีมากๆ ตัวซอสสปาเกตตี้ก็จัดจ้านมีรสเผ็ดนิดๆ ส่วนซอสที่ราดสเต็กปลาหิมะก็อร่อยไม่เบา
ขนมก็รสชาติกลางๆ โดยรวมก็ถือว่าอร่อยใช้ได้ + กับบรรยากาศริมทะเล ทำให้ประทับใจห้องอาหารนี้ไปเลยค่ะ ^___^




วันรุ่งขึ้นหลังจากพักผ่อนให้หายเหนื่อยแล้วก็เตรียมตัวมา Check-out เพื่อจะกลับกรุงเทพ และก็ไม่ลืมที่จะแวะ Banyantree Gallery ที่ Lobby เพื่อซื้อพวกครีมอาบน้ำ โลชั่นทาผิวของโรงแรม ขอบอกว่าหอมมากกกกกกกกกกกกกก คือดีอ่ะ หอมจริงๆ เพราะครีมอาบน้ำ ยาสระผมของ Amentities ที่บันยันทรีสมุยเตรียมไว้ให้ใช้ เป็นสูตรเฉพาะของบันยันทรีโดยเฉพาะกลิ่น Chammanard หรือกลิ่นดอกชมมนาถ กลิ่นจะเหมือนดอกมะลิ+ใบเตยอ่อนๆ กลิ่นจะหอมเย็นๆสบายๆ ส่วนตัวเฟย์ไม่ค่อยชอบกลิ่นดอกไม้ไทยๆเท่าไหร่ พอมาเจอกลิ่นนี้ โป๊ะเลย!! คือมันหอมเย็นสบายเหมือนอยู่ในทุ่งดอกไม้ เป็นกลิ่นหอมแบบธรรมชาติจริงๆ ก่อนกลับเลยสอยมาซะเกือบยกเซ็ท หมดไป 2,800 บาทซะ 555



หลังจาก Check-out แล้วทางโรงแรมก็จะเรียกรถลีมูซีนของทางโรงแรมไปส่งเราที่สนามบินสมุย ใครไม่อยากรอรถนานก็แจ้งโรงแรมก่อนนะว่าเราจะ Check-out วันไหนเวลาไหน และต้องการรถกี่โมง ทางโรงแรมก็จะได้เตรียมรถไว้ให้ แต่ถ้าใครอยากประหยัดหน่อยก็เรียกแท๊กซี่ขาจรเอาก็ได้ค่ะ 
(รถลีมูซีนของโรงแรมคิดค่าบริการด้วยนะ ไม่ฟรีจ้า)



พอถึงสนามบินก็จะมีพนักงานของบันยันทรีมาช่วยเข็นกระเป๋าไปเช็คอินให้เรา น่ารักมากๆค่ะ (เลยให้ทิปไปซะเลย)

Local Food
สำหรับใครที่ไม่อยากทานอาหารโรงแรม อยากสัมผัสบรรยากาศริมทะเลสบายๆ อาจจะเลือกร้านอาหารท้องถิ่นรอบๆโรงแรมได้ค่ะ
** การเดินทางในเกาะสมุยเราสามารถเรียกรถแท๊กซี่เพื่อใช้เป็นพาหนะเดินทาง โดยจะให้ทางโรงแรมเรียกให้หรือจะเรียกเองก็ได้
โดยค่าบริการในการเดินทาง ประมาณ 400-500 ต่อเที่ยว ถ้าไปและกลับก็ประมาณ 800-1000 บาทเลยทีเดียว

ถือว่าแพงมากๆ แต่สำหรับคนที่ไม่มีรถส่วนตัวก็คงเลี่ยงไม่ได้ค่ะ***


1. เสบียงเล เป็นอีก 1 ร้านแนะนำที่เวลาถามใครว่าร้านอาหารแถวนี้ที่ไหนอร่อยทุกคนก็มักจะบอกว่าร้านเสบียงเลค่ะ ส่วนตัวถือว่าอาหารรสชาติใช้ได้ ของถือว่าสดและอร่อยพอสมควร ที่เฟย์กินก็จะมีปูนิ่มทอดกระเทียม, กุ้งเผา, ยำเสบียงเล, แกงคั่วเห็ดหลุบ ราคาก็ถือว่าโอเคถ้าเทียบกับร้านอาหารริมทะเลตามสถานที่ท่องเที่ยวแบบนี้ ถ้าอยากกินอาหารทะเลสดๆใกล้ๆโรงแรมลองมาดูที่นี่ก็ไม่เสียหลายค่ะ

 
2. ครัวชาวบ้าน เป็นอีก 1 ร้านเหมือนกันที่ทุกคนแนะนำให้มากิน แต่พอได้ลองมากินแล้วแบบ ……. คือ…ไม่ใช่ว่าคาดหวังเยอะนะคะ ถือว่ารสชาติต่ำกว่ามาตรฐานเลย เริ่มจากใบเหนียงผัดไช่ที่เค็มเอามากๆ เค็มเหมือนน้ำปลาหกใส่ จนต้องให้แม่ครัวทำจานใหม่มาให้ ส่วนปูนิ่มผัดผงกระหรี่ก็รสชาติธรรมดา สุดท้ายมากินทอดมันไข่เค็มนี่สะอึกเลย คือรสชาติของทอดมันกลิ่นมันตุๆแปลกๆ รสชาติมันไม่หวานเหมือนของใหม่ ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นที่น้ำมันที่เอามาทอดมันเก่ามากแล้ว หรือตัวทอดมันมันเก่าเก็บกันแน่ สรุปนะไม่ผ่าน ไม่อร่อยอย่างแรง บางคนอาจจะว่าอร่อยดี แต่ไม่ถูกจริตเฟย์มากๆ แถมกินเสร็จมีท้องเสียด้วย ฮือออออ ไม่เอาแล้วไม่กินแล้วที่นี่ บางทีเราอาจจะโชคร้ายก็ได้ค่ะ ที่ไปโป๊ะแตกเจอแม่ครัวคนนี้พอดี น้องขอลาค่า …… T^T

และแล้วก็มาถึงบทสรุปสุดท้ายสำหรับการรีวิวบันยันทรีสมุย Ocean View Villa นะคะ

Cost
- ค่าที่พักคืนละประมาณ 30,000 บาท (พัก 2 คืนค่ะ) (ถ้าพัก 3 คนเพิ่มอีกคืนละ 7000 กว่าบาทค่ะ)
- ค่ารถลีมูซีนของบันยันทรีขามาจากสนามบินและขาไปสนามบินเที่ยวละ 1,450 บาท
- ค่าอาหารที่ห้องอาหาร Sand 2,780 บาท รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด  65,680 บาท
* ทั้งนี้ไม่รวมค่าแท๊กซี่และอาหารพื้นเมืองที่ไปทานกันค่ะ

My comment
ถือว่าเป็นที่พักที่สบายและบรรยากาศดีมากๆ ใครที่อยากพักผ่อนหนีจากโลกที่วุ่นวาย ลองมาพักดูค่ะ ในส่วนของห้องพักก็ทำออกมาได้ละเอียดละออทุกอย่างไม่ว่าจะเป็น Amentities, ห้องอาบน้ำ อ่างน้ำ และเพลงบรรเลงในห้อง ทุกอย่างมันผ่อนคลายจนไม่อยากลุกออกจากห้องไปเล่นทะเลข้างนอกเลย แต่ข้อเสียคือบุฟเฟต์อาหารเช้าที่ถือว่ารสชาติธรรมดาไปหน่อยและไม่หลากหลายเหมือนที่คาดหวังไว้ รวมถึงระยะทางที่ไกลและสูงชันระหว่างห้องพักและ Lobby โรงแรม ทำให้ต้องคอยเรียกรถบัคกี้มาคอยไปรับส่งหลายรอบ แถมทางเดินเท้าและทางเดินรถใช้ทางเดียวกันมีแค่เลนเดียว ทำให้คนเดินเท้าต้องคอยหลีกทางให้รถบัคกี้บ่อยๆ ถ้าถามว่าให้ไปอีกมั้ยต้องคิดก่อนเพราะในราคาเท่านี้เพิ่มเงินอีกนิดก็ได้ไปพักที่มัลดีฟส์ละค่ะ

หวังว่ารีวิวนี้จะเป็นประโยชน์กับทุกๆคนนะคะ ขอบคุณที่ติดตามค่ะ


เข้ามาคุยกันที่เพจได้ที่ www.facebook.com/fayzereta
หรือ instagram @fayzereta นะค้า

You Might Also Like

0 ความคิดเห็น

SUBSCRIBE NEWSLETTER

Get an email of every new post! We'll never share your address.

Translate

Facebook Page