FayZereta: [Review] รีวิวเจาะลึกอาหารมัลดีฟส์ ที่ Centara Grand Island Resort & Spa Maldives by FayZereta

[Review] รีวิวเจาะลึกอาหารมัลดีฟส์ ที่ Centara Grand Island Resort & Spa Maldives by FayZereta

5/28/2558

สวัสดีค่ะทุกๆคน ก่อนอื่นเฟย์ต้องออกตัวก่อนว่าครั้งนี้เป็นการเขียนรีวิวแนวท่องเที่ยวเป็นครั้งแรก

บวกกับผีมือการถ่ายรูปที่ง่อยขั้นเทพอย่างหาตัวจับไม่ได้ (ดูภูมิใจนะ..)

จึงทำให้ภาพที่มัลดีฟส์ออกมาไม่สวยอย่างที่หลายๆท่านเคยรีวิวเอาไว้


แต่ทุกๆคำที่เขียนลงไปนี่เปี่ยมไปด้วยความตั้งใจสุดๆค่ะ ถ้าท่านคาดหวังว่าจะเห็นภาพสวยๆ ในรีวิวนี้ ขอบอกว่าไม่มีค่ะ

เพราะเฟย์ถ่ายรูปไม่ค่อยเก่งเอาซะเลย แต่...ถ้าสิ่งที่คาดหวังคืออาหาร เมนู และวิธีการจองคิวในแต่ละห้องอาหาร

ก็อาจจะผิดหวังน้อยลงนิดหน่อย


ยังไงก็ขอเชิญชม [Review] เจาะลึกอาหารการกินที่ Centara Grand Island Resort & Spa Maldives ได้เลยค่ะ




หลังจากที่ได้อ่านสารพัดรีวิวยั่วตายั่วใจไปมัลดีฟส์หลายๆกระทู้จากหลายๆท่านในห้องนี้ ทำให้เฟย์และครอบครัวตัดสินใจที่จะจอง

โรงแรมและจองตั๋วที่จะโบยบินไปสู่ 1ในแดนสวรรค์ของใครหลายๆคนในทันที


ตั๋วเครื่องบิน

สายการบินที่เฟย์ไปนั้นคือสายการบิน Bangkok Airway ซึ่งโชคดีเจอช่วงที่มีโปรโมชั่นจากราคาปกติ 20000 กว่าบาทต่อคน

ลดพิเศษช่วง Low Season เหลือแค่ 12000ต่อคน เรียกได้ว่ารีบจองตั๋วเครื่องบินก่อนแล้วค่อยมาเลือกที่พักกันเลย


ที่พัก

ในส่วนนี้เฟย์เลือก Centara Grand Island Resort & Spa Maldives เพราะเห็นมีรีวิวเยอะ บ้านพักโอ่อ่าดูสวยในราคาที่เอื้อมถึง

แถมมีประการังหน้าห้องพัก และไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารการกินเพราะเป็นแบบ All Inclusive กินได้ทุกอย่างไม่อั้น

เลยไม่แปลกใจที่ Centara Grand Island Resort & Spa Maldives จะเป็นตัวเลือกต้นๆของคนไทยหลายคนที่ตั้งใจจะมาเที่ยวที่มัลดีฟส์


เฟย์จองกับเว็บไซต์ของโรงแรม Centara โดยตรงที่เว็บ http://www.centarahotelsresorts.com/centaragrand/


ซึ่งเฟย์ก็เลือกห้องพักแบบ Luxury Sunset Water Villa 2ห้อง 3คืน4วัน โดยตอนแรกเฟย์ตั้งใจจะไปช่วงหน้าหนาว

ฝนจะได้ไม่ตก อากาศจะได้ดีๆทั้งวัน แต่ดันได้โปรตั๋วเครื่องบินถูกของ Bangkok Airway 15-17 กันยายน

เลยทำให้ต้องเลือกห้องพักในช่วง 15-17 กันยายน โดยราคาห้องเหลือแค่ห้องละ 45,000 บาทต่อห้อง (3คืน)

ถือว่าเป็นราคาที่โอเค อาจจะเป็นเพราะอยู่ในช่วง Low Season หน้าฝน จึงทำให้ห้องพักราคาถูกลงกว่าปกติค่ะ


และรีวิวต่อจากนี้ ขอข้ามการเดินทางและภาพของสถานที่พักนะคะ เพราะเฟย์จะเน้นรีวิวอาหารแต่ละห้องอาหาร

วิธีการจองคิว และเครื่องดื่ม(บางส่วน)ค่ะ ใครที่อยากดูภาพสถานที่และห้องพักก็ Search Google ได้เลยค่ะ

รูปสวยๆรีวิวๆละเอียดเพียบบบบ ว่าแล้วก็ตามเฟย์มาเลยค่าาาาาา




นี่คือรูปแผนที่คร่าวๆในเกาะว่าที่พักเราอยู่ที่ไหนและสถานที่แต่ละที่อยู่ที่ไหนบ้างค่ะ


Centara Grand Island Resort & Spa Maldives นั้นจะเป็นแบบ All Inclusive คือที่พักรวมค่าอาหารเช้า กลางวัน เย็น

เครื่องดื่มและมินิบาร์ต่างๆในแพกเกจทั้งหมด ทำให้ตัดปัญหาเรื่องงบบานปลายในส่วนของค่าเครื่องดื่มและค่าอาหาร

โดย Centara Grand Island Resort & Spa Maldives จะมีห้องอาหารทั้งหมด 3 ห้องอาหาร คือ


1. Reef Resturant : ห้องอาหารบุฟเฟต์นานาชาติ

2. Azuri Mare : ห้องอาหารอิตาเลียนและอาหารทะเล

3. Lotus Resturant : ห้องอาหารไทย

โดยแต่ละห้องอาหารก็จะมี Condition การจองเวลาและเมนูอาหารที่แตกต่างกันไปดังนี้...

REFF RESTAURANT



ห้องอาหารบุฟเฟต์ที่ทุกคนจะต้องเจอทุกเช้า เรียกได้ว่าถ้าใครต้องการกินข้าวเช้า

ล่ะก็จะต้องมากินที่ห้องอาหาร Reef เท่านั้น เนื่องจากจะเป็นห้องอาหารเดียวที่เปิด

ช่วงเช้าเพื่อให้บริการบุฟเฟต์นานาชาติกับทุกคน


สำหรับมื้ออาหารกลางวันและเย็นใครที่เบื่ออาหารอิตาลีและอาหารไทยก็สามารถ

มากินอาหารบุฟเฟต์ได้ที่ห้องอาหาร Reef นี้ได้เช่นกัน ซึ่งถ้าคุณเป็นคนนึงที่ขี้เกียจ

ยุ่งยากกับการจองคิวหรือไม่อยากโดน Fix เวลาการกินอาหาร ห้องอาหาร Reef

ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกของอาหารสิ้นคิดเลยทีเดียว เม่าเหม่อ

มื้อเช้านั้นจะมีอาหารเสริ์ฟอยู่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นไส้กรอก แฮม ไข่ดาว Omlet

สลัด Hashbrown ขนมปังกาแฟและชีสแบบต่างๆ แต่ที่ชอบที่สุดคือมีข้าวต้มกุ๊ยด้วย!!

ซึ่งเครื่องเคียงจะมีผักกาดดอง ไข่เค็มหรือไข่เยี่ยวม้า อร่อยๆสุด หัวเราะ

เป็นอะไรที่เดินไปเติมบ่อยมากๆ 555 (และหมดเร็วมากๆด้วย 55)






มื้อเย็นที่ห้องอาหาร Reef นั้นจะมีป้ายกระดานตั้งอยู่หน้าห้องอาหาร โดยเขียนว่าวัน

นี้จะเป็นอาหารบุฟเฟต์ของชาติไหนบ้าง เช่น Japanese , Arabic หรือ Meditereanean ซึ่งก็จะแตกต่างกันไปในแต่ละวัน

ใครสนใจบุฟเฟต์แบบไหนก็วางแผนทานได้เลยค่ะ 




ช่วงเย็นจะมีบริการ Teppan Yaki ปิ้งย่างบนเตาให้ด้วย ใครอยากลิ้มลองต้องรีบไป

ช่วงห้องอาหารเปิดและไปจองที่ก่อนนะคะ เพราะที่จะเต็มเร็วมากๆ


แต่จากที่กินมื้อกลางวันและเย็นที่ห้องอาหาร Reef มา 2 ครั้งแล้วก็สำนึกได้ว่า...


มันไม่อร่อยเลย...  เม่าเศร้า ของก็หลากหลายดีนะ แต่ไม่ค่อยใจป้ำเท่าไหร่ อย่างมีอยู่เย็นนึง

เฟย์กินเป็นวันบุฟเฟต์อาหารญี่ปุ่น เราก็คาดหวังว่าแบบเฮ้ย ซาซิมิมาเต็มแน่ ซูชิคง

เรียงรายเป็นทาง แต่ปรากฏซูชิน้อยมากๆ ซาชิมิไม่มีเลย กุ้งเทมปุระก็ไม่มีมีแต่ผัก

เทมปุระ คือเฟลสุดๆ รู้งี้จองห้องอาหารอิตาเลียนหรืออาหารไทยดีกว่า ฮือๆ ร้องไห้



สรุป...สำหรับอาหารกลางวันและเย็นใครที่อยากกินอาหารแบบเต็มอิ่มในคุณภาพ

ควรไปฝากท้องที่ Azuri Mare หรือ Lotus Resturant จะดูคุ้มกว่า แต่ถ้าชอบกินแบบบุฟเฟต์ไม่อั้น

Reef Resturant ถือว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจค่ะ

Operating Hours:

>> Breakfast: 07:00-10:30

>> Lunch    : 12:00-14:30

>> Dinner   : 19:00-22:00


**ต้องแแต่งกายเรียบร้อย ห้ามใส่ชุดว่ายน้ำเข้ามานะคะ ^_^

Meal              : เช้า - กลางวัน - เย็น

Reservation    : ไม่ต้องจองสามารถเข้ามาได้เลย



AZURI MARE : Italian & Seafood Restaurant



ห้องอาหารอิตาเลียนและอาหารทะเลที่จะเปิดในช่วงอาหารกลางวันและอาหารเย็นเท่านั้น โดยผู้ที่ต้องการทานห้องอาหาร Azuri Mare

จะต้องมาทำการจองคิวลงชื่อโดยต้องระบุเวลาที่จะมากินที่หน้าเคาเตอร์  Reception ตรง Aqua Bar ซึ่งจะ

สามารถจองคิวห้องอาหาร Azuri Mare ได้ตั้งแต่เวลาเที่ยงเป็นต้นไปเท่านั้น  เช่น ถ้าต้องการทานอาหารเย็นที่ห้องอาหาร Azuri Mare

จะต้องมาจองคิวตั้งแต่เที่ยงเป็นต้นไป แต่ถ้าต้องการทานอาหารเที่ยงที่ห้องอาหารนี้แล้วล่ะก็ ต้องจองล่วงหน้าตั้งแต่วันนี้

เพื่อที่จะได้ทานอาหารเที่ยงของห้องอาหารนี้ค่ะ (งงกันมั้ย?)

ยกตัวอย่าง

วันจันทร์เวลา 12:00 >> มาจองคิวห้องอาหาร Azuri Mare

>> สามารถลงชื่อจองคิวทานอาหารตอนเย็นได้

>> ถ้าอยากทานอาหารเที่ยงที่ห้องอาหาร Azuri Mare ของวันถัดไป (วันอังคาร)

>>  ให้จองตั้งแต่ 12:00-20:00 ของวันจันทร์เพื่อจองคิวห้องอาหาร Azuri Mare ของตอนเที่ยงวันถัดไปค่ะ


ซึ่งการจองคิวจะต้องจองทั้งชื่อ จำนวนคนและเวลาที่จะมากิน เนื่องจากที่นั่งมีจำกัด ทำให้ต้องมีการระบุเวลาในการที่จะมากินด้วย

ถ้ามาเกินเวลาที่จองไว้ช้าอาจไม่มีที่นั่งก็เป็นได้ เพราะฉะนั้นจองคิวแล้วอย่ามาเลทกันนะค้าาาา

Operating Hours:

>> Lunch    : 12:00-14:00

>> Dinner   : 19:00-22:00

Meal              : กลางวัน - เย็น

Reservation    : จองล่วงหน้าที่เคาเตอร์เวลา 12:00 เป็นต้นไป




โดยอาหารจะเป็นคอร์สทั้งมื้อกลางวันและมื้อเย็นให้เราเลือกได้ตามใจชอบ สามารถเลือกได้แค่คนละ 1 อย่างเท่านั้นนะคะ

ถ้ามาทานกันหลายคนก็สั่งกันคนละอย่างและมาแบ่งกันก็น่าจะสนุกสนานในการชิมของคนโน้นทีคนนั้นทีอยู่ ^_^

- One Appetizer อาหารเรียกน้ำย่อย

- Main Dish or Pizza or Pasta อาหารจานหลัก หรือพิซซ่าหรือพาสต้า

- One dessert ของหวาน

- Beverage น้ำดื่ม


สำหรับรายละเอียดแต่ละเมนูจะมีตามนี้ค่ะ









ห้องอาหารนี้ถือว่าบรรยากาศดีใช้ได้เลยค่ะ เพราะจะอยู่ติดทะเล ช่วงกลางวันก็จะมีลมพัดสบายๆ ส่วนกลางคืนก็จะโรแมนติก

ด้วยแสงไฟมากกว่าห้องอาหารอื่นๆค่ะ สำหรับมื้อเย็นเฟย์และพี่ชายก็เลือกเมนูดังนี้ค่ะ



- Appetizer : Tomato Mozzarella และ Shrimp Crostini

- Main Dish: Linguini alla Bolognese และ Grilled Beef Tenderloin


สำหรับ Appetizer นั้น Tomato Mozzarella ทำรสชาติออกมาได้มาตรฐาน ส่วน Shrimp Crostini รสเจื่อนๆไม่ค่อยจัดเท่าไหร่

Main dish ตัว Linguini alla Bolognese ลวกเส้นได้แหยะไปนิดนึง ซอสรสขาติไม่เข้มข้นทำให้กินแล้วเลี่ยน

Grilled Beef Tenderloin เนื้อเหนียวไปนิด ซอสอร่อยเข้มข้นใช้ได้



- Dessert   : Tiramisu with Caramel Sauce และ Cappuccino mille  Feuille

ของหวานถือว่าพอใช้ได้รสชาติดีแบบทั่วๆไป ไม่มีอะไรโดดเด่นเท่าไหร่

- Drink :  สำหรับเครื่องดื่มก็จะเป็น Cocktial และ Mocktial ต่างๆเติมได้ไม่อั้นค่ะ



โดยรวมแล้วรสขาติอาหารของห้องอาหาร Azuri Mare ถือว่าพอกินได้ไม่ขี้เหร่นัก แต่ให้คะแนนเต็มๆตรงที่บรรยากาศและสถานที่ตั้ง

ที่กินขาดทุกห้องอาหารค่ะ ถ้าอยากมากินบรรยากาศสบายๆโรแมนติก Azuri Mare ถือเป็นตัวเลือกที่ดีใช้ได้เลย


แต่ถ้าใครอยากกินอาหารพิเศษนอกเหนือจากในเมนูแล้วล่ะก็ ที่ห้องอาหาร Azuri Mare ก็มีเหมือนกันค่ะ

จะเป็น Dairy Special และต้องจ่ายเพิ่มต่างหากด้วยนะค้า



เมนู Dairy Special จะมีประมาณนี้ค่ะ เผื่อใครสนใจอยากกินอาหารพิเศษๆก็สามารถ Request กับทางห้องอาหารได้เลยค่ะ

LOTUS : THAI RESTAURANT



ห้องอาหารไทยรสชาติเข้มข้นเหมาะสำหรับคนที่เบื่อๆอาหารนานาชาติและอาหาร

อิตาลี ห้องอาหารนี้จะเปิดให้บริการในช่วงอาหารกลางวันและอาหารเย็นเท่านั้น

สามารถจองคิวได้ตั้งแต่เวลา 09:00 ของทุกวันค่ะ  ซึ่งจะแตกต่างกับห้องอาหาร

Azuri Mare ที่เปิดให้จองได้ตั้งแต่ 12:00 ของทุกวันค่ะ

Operating Hours:

>> Lunch    : 12:00-14:00

>> Dinner   : 19:00-22:00

Meal              : กลางวัน - เย็น

Reservation    : จองล่วงหน้าที่เคาเตอร์เวลา 09:00 เป็นต้นไป




สำหรับอาหารกลางวันนั้นจะมาเป็น Set Menu ซึ่งจะแตกต่างกันไปในแต่ละวัน

และจะมีให้เลือกได้แค่ 1 Set ต่อวัน ซึ่งหมายความว่ามื้อกลางวันจะมีเมนูให้ทาน

แค่ Set เดียว จะไม่มีให้เลือกหลากหลายเหมือนห้องอาหาร Azuri Mare ค่ะ


เมนู THAI SET LUNCH MENU A,B และ C ค่ะ


THAI SET LUNCH MENU A



THAI SET LUNCH MENU B



THAI SET LUNCH MENU C







ซึ่งวันที่เฟย์ไปเจอ THAI LUNCH MENU SET C ค่ะ โดยมีอาหารดังนี้ ...

- Salad : ยำเนื้อย่าง และ ยำผักบุ้ง

- Soup : ต้มยำกุ้ง

- Main Course : หมูสะเต๊,ไก่ย่าง,เนื้อย่าง และซอสต่างๆ

- Rice & Vegetables : ข้าวหอมมะลิและผัดผักรวม

- Dessert : ไอศครีมมะม่วง หรือ ไอศครีมกะทิ

รสชาติอาหารโดยรวมเฟย์ให้ 7/10 ค่ะ โดย Salad และ Soup ตัวยำและต้มยำกุ้งถือว่าทำรสจัดจ้านได้ในระดับนึง

อาจจะไม่แซ่บเท่าไหร่ ถือว่าเป็นอาหารไทยที่ เหมาะกับคนฝรั่งที่สามารถทานเผ็ดได้ ใครที่ชอบทานอาหารไทยรสจัดๆถึงพริกถึง

ขิงอาจจะรู้สึกว่าอาหารรสชาติอ่อนไป


ส่วนที่ไม่ประทับใจค่ะหมูสะเต๊ะและไก่ย่าง เพราะเนื้อหมูสะเต๊ะชิ้นหนาและใหญ่ทำให้รสชาติก็ไม่ค่อยเข้าถึงเนื้อ

ประกอบกับน้ำจิ้มหมูสะเต๊ะไม่ค่อยถูกปากเหมือนที่เคยกิน ตัวไก่ย่างเองทั้งๆที่เนื้อนุ่ม แต่รสชาติไก่กลับจืดสนิท

ไม่มีรสชาติของการหมักซอสให้ได้รสขาติของไก่ย่างแบบที่เคยกิน ทำให้ไม่ประทับใจในส่วน Main dish ซักเท่าไหร่


สำหรับของหวานถือว่าโอเค เพราะเป็นไอศครีมรสมะม่วงและรสกะทิให้เลือกตามใจชอบ

รสชาติดีมาตรฐานตามที่ควรจะเป็นไม่มีอะไรโดดเด่นเท่าไหร่


สรุป ห้องอาหาร Lotus ถือเป็นห้องอาหารไทยรสชาติจัดจ้านปานกลางในแบบที่ฝรั่งหรือคนต่างชาติสามารถทานได้สบายๆ

แต่อาจจะไม่ถูกปากคนไทยที่ชื่นชอบอาหารรสจัดค่ะ




ส่วนถัดมาจะเป็นเมนูมื้อเย็นซึ่งจะแตกต่างกันไปในแต่ละวันค่ะ ถ่ายรูปมาให้ดูเผื่อจะ

ได้วางแผนจองคิวห้องอาหารกันได้ถูก ว่าวันไหนจองห้องอาหารไหนดี วันนี้จะมี

อาหารถูกใจมั้ย (เฟย์ไม่ได้ไปทานเลยไม่มีภาพอาหารมาฝากนะคะ >.<)


DAIRY MONDAY MENU SET



DAIRY TUESDAY MENU SET



DAIRY WEDNESDAY MENU SET



DAIRY THURSDAY MENU SET



DAIRY FRIDAY MENU SET



DAIRY SATURDAY MENU SET



DAIRY SUNDAY MENU SET


นอกจากห้องอาหารหลักทั้ง 3 ห้องที่เฟย์กล่าวมาข้างต้น ยังมีห้องอาหารพิเศษที่ทาง Centara จัดไว้ให้โดยเฉพาะ

สำหรับคู่รักหรือคู่ฮันนีมูนที่เรียกว่า Romantic Beach Dinner


(ขอบคุณรูปจาก Google.com )



Romantic Beach Dinner มื้ออาหารดินเนอร์สุดโรแมนติคสำหรับเซอร์ไพรซ์คนรักภายใต้แสงเทียนและหมู่ดาวบนท้องฟ้าที่กว้างใหญ่

ความสวยงามและความโรแมนติคนี้แลกมากับราคา  180 USD/ person หรือประมาณคนละ 5,800 บาท

กับมื้ออาหารสุดพิเศษ 6 คอร์ส ที่สร้างสรรค์โดยเชพส่วนตัว 2 คน  พร้อม Butler ส่วนตัวที่คอยให้บริการตลอดมื้ออาหาร

ใครที่อยากจะมีประสบการณ์สุดโรแมนติคส่วนตั๊ววว ส่วนตัว บนเกาะที่ห่างไกลจากผู้คนจะลองดูก็ไม่เสียหลายนะคะ



สำหรับคนที่ยังไม่แน่ใจว่าจ่ายไปคนละ 5,800 บาทคุ้มมั้ย ดูเมนูอาหารก่อนก็ได้

นะคะ โดยเค้าจะมีให้เลือก 2 เมนู แล้วแต่ความชอบส่วนบุคคลเลยค่า




อีกหนึ่ง Package ที่รวมลงไปใน All inclusive คือดื่ม Cocktial & Mocktial ดื่มได้ไม่อั้นโดยไม่คิดเงินเพิ่ม

ถือว่าเป็นอะไรที่หวานหมูมากสำหรับคนที่ชอบการดื่มไวน์ หรือ Cocktial เป็นพิเศษ ซึ่งเมนู Cocktial นั้นก็มีให้เลือกหลากหลาย

มากกว่า 20 ชนิด (เฟย์ไม่ได้ถ่ายมาเพราะมันเยอะมากๆๆๆ)



ส่วนเมนู Mocktial สำหรับคนที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์จะมีอยู่ทั้งหมด 5  ชนิด คือ Centara Sunset, Blue Ocean, The Red Sea,

Mango Energizer และ LLB โดยสามารถสั่งที่ Aqua Bar, Coral Bar หรือจะสั่งที่ห้องอาหารเวลาทานอาหารก็ได้ค่ะ



ซึ่งเฟย์เป็นคนที่ไม่กินแอลกอฮอล์ เลยมักจะสั่ง Mocktail เป็นส่วนใหญ่และเมนูที่ชอบมากที่สุดคือ Blue Ocean เป็นมะนาวผสมโซดาหวานนิดๆ

ชอบมากๆขนาดกินประมาณ 5-8 แก้วต่อวัน (ก็มันให้กินได้ไม่อั้นนี่นา 55) ถ้าเฟย์กิน Cocktial เป็นสงสัยได้เมาทุกวันแน่เลย กิ กิ





บางคนมีคำถามว่า "แล้วมินิบาร์ที่ว่ากินได้ไม่อั้นนะ มีอะไรบ้าง?"  คือเฟย์คาดหวังว่าจะเจอมินิบาร์แบบอลังการ

ขนมขบเคี้ยวอร่อยๆเต็มห้อง ผลปรากฏเป็นแบบนี้ค่ะ



ขนมขบเคี้ยวในมินิบาร์ตจะมีแค่ถั่วกรอบ ขนมปังช็อคโกแล็ตและขนมปังอบกรอบ

รสชาติคล้ายๆขาไก่ยังไงอย่างงั้น คือเห็นแล้วแบบ ... เอิ่ม ...


น้อยไปมั้ยคะ?? เต่าเอือม


จริงๆก่อนหน้าที่จะมามัลดีฟส์เฟย์กะว่าจะเอาขนมกรอบๆจากเมืองไทยมาด้วย พวกคอนเน่ เลย์ ปาปริก้า

มานั่งกินชิวๆดูวิวสวยๆ แต่ก็ตัดสินใจที่จะไม่ขนมา เพราะนึกว่ามินิบาร์ที่นี่ก็คงเพียงพอแล้ว...


แต่พอมาเห็นมินิบาร์ของจริงแล้วอยากจะบินกลับไทยไปขนขนมมาซัก1 กระเป๋า

......

....

เม่าในกองไฟ


ถ้าใครที่หวังจะมากินมินิบาร์เต็มที่นอนกินลมชมวิวทะเลสวยๆ ขอแนะนำให้พกขนมจากเมืองไทยมาด้วยค่ะ

เพราะขนมขบเคี้ยวของมินิบาร์ที่นี่มีน้อยมากๆแถมไม่มีขนมขายในเกาะด้วย เรียกได้ว่าขาดแคลนขนมกินเล่นระหว่างวันเลย


ซึ่งเฟย์ถือว่าขนมกินเล่นระหว่างวันสำคัญมากๆในช่วงที่เราอยากพักผ่อนริมทะเลแต่ถ้าไม่ซีเรียสก็มากินมินิบาร์ของ Centara อย่างเดียวก็ได้นะคะ




ตบท้ายด้วยรูปพนักงานสัญชาติไทยที่ Centara Grand Island Resort & Spa  Maldives ชื่อคุณดอย

ยิ้มแย้มแจ่มใส อัธยาศัยดีมากๆ  คุณดอยเลยมักจะมาถามว่ามีอะไรขาดเหลือต้องการเพิ่มอีกหรือไม่

บริการน่ารักแบบนี้เลยต้องขอแชะรูปมาฝากกันซักหน่อย ใครได้ไปเยี่ยมเยียนที่นี่ลองมองหาคุณดอยดูนะคะ ^_^


สรุปโดยรวมของ Centara Grand Island Resort & Spa Maldives

ที่พัก : 8.5/10 ที่พักสวยติดทะเลสามารถลงไปดูประการังจากบันไดบ้านได้เลย

อาหาร : 6.5/10 อาหารรสชาติปานกลางไม่อร่อยโดดเด่น มินิบาร์มีน้อย

บางทีการเลือกแบบ All inclusive อาจจะรู้สึกเหมือนถูกจำกัดเมนูอาหาร ทางรีสอร์ทจัดอะไรมาก็ต้องกินแบบนั้น... (ถึงจะเลือกได้บ้างก็เถอะ)



เฟย์หวังรีวิวนี้คงจะพอมีประโยชน์บ้าง อาจจะพอให้ช่วยทุกคนตัดสินใจได้ว่า การ

ไป  Centara Grand Island Resort & Spa Maldives นั้นคุ้มค่ามั้ยที่เราจะเลือก

แบบ All inclusive? อาหารถูกใจรึเปล่า?

ยังไงก็ขอลาตรงนี้นะคะ ไว้เฟย์จะมารีวิวอีกเรื่อยๆค่ะ

บ๊าย..บาย แล้วเจอกัน Review หน้านะคะ ^_^ จุ๊บๆ


เข้ามาคุยกันที่เพจได้ที่ www.facebook.com/fayzereta
หรือ instagram @fayzereta นะค้า

You Might Also Like

0 ความคิดเห็น

SUBSCRIBE NEWSLETTER

Get an email of every new post! We'll never share your address.

Translate

Facebook Page