FayZereta: เปลี่ยนสาวขาใหญ่ให้เล็กง่ายๆด้วย Vaser & Bodytite ที่ THEKLINIQUE Part1

เปลี่ยนสาวขาใหญ่ให้เล็กง่ายๆด้วย Vaser & Bodytite ที่ THEKLINIQUE Part1

12/26/2559


ต้องเกริ่นก่อนว่าเฟย์เป็นคนที่ต้นขาใหญ่มากกกกก
หรือเรียกได้ว่าเป็นคนทรงหุ่นลูกแพร์ ช่วงบนเล็กแต่ช่วงล่างใหญ่
เวลาไปซื้อเสื้อผ้าเสื้อจะเลือกไซส์ SS ส่วนกางเกงต้องไซส์ M
เล็กกว่านี้ใส่ไม่ได้ เพราะมันติดต้นขา ดึงไม่ขึ้นซะงั้นอ่ะ =.=
แถวตัวก็เตี้ย ส่วนสูง 156 ซม ทำให้ดูตันเข้าไปอีก
ขาก็ใหญ่ ตัวก็เตี้ย ใส่เสื้อผ้าอะไรก็ไม่ค่อยมั่นใจ

ซึ่งเฟย์ก็เคยควบคุมอาหารและออกกำลังกายนะ
ต้นขามันก็เล็กลงนิดนึง (นิดนึงจริงๆ)
ในขณะที่หน้าอกนี่แฟบไปแล้ววว แขนนี่เล็กเชียว
กลายเป็นว่าไอ้ส่วนที่อยากจะลด ก็ไม่ค่อยจะลด
ส่วนที่ไม่อยากให้ลง ก็ลงซะเหลือเกิน
พูดจริงๆ คือมันเหนื่อยอ่ะ เหนื่อยจนท้อ
พยายามเต็มที่ แต่ผลลัพธ์มันน้อยนิดเหลือเกิน


จนที่ผ่านมาทาง THE KLINIQUE ได้ชวนให้มาทำ
โปรแกรม VASER HD + BodyTite ดูดสลายไขมันส่วนเกิน
ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดและดีที่สุดในตอนนี้สำหรับ
การสลายไขมันโดยกระทบต่อเนื้อเยื่อข้างเคียงน้อยที่สุด
อ่านรายละเอียดได้ที่ http://www.theklinique.com/services/show/117


เอาจริงๆเฟย์รู้จักเจ้าโปรแกรมนี้มานานแล้วล่ะ
เคยคิดจะทำอยู่หลายครั้ง แต่ก็กล้าๆกลัวๆ
ทั้งกลัวเจ็บ กลัวโน่นนี่นั่น เลยไม่ได้ทำซักที
พอมีโอกาสได้ทำก็เลยคิดว่า เออ ลองซักตั้งวะ
อยากสวยก็ต้องอดทน เพราะไม่มีอะไรที่ได้มาง่ายๆ
เลยเป็นที่มาของ Blog รีวิวการทำโปรแกรม 
VASER และ BodyTite นั่นเองค่ะ

ก่อนอื่นเรามาดูต้นขาอันอวบอิ่มของเฟย์ก่อน
นี่โชว์กันแบบหมดเปลือกเลยนะ ยอมอายโชว์ขาอ่อนสุดๆ
จะเห็นได้ว่าต้นขาเฟย์ใหญ่มากกกกก T^T
โดยเฉพาะไอ้กระเป๋าข้างๆ ที่เป็นปัญหาในการใส่กางเกงที่สุด
ใส่กางเกงยีนส์ทีไรเหมือนพกกระเป๋ากางเกงมาเพิ่มทุกที



นี่ก็เพิ่งมาเห็นขาตัวเองชัดๆ ว่าเออ มันก็ใหญ่เหมือนกันแฮะ =.=

ตัดมาวันที่มาทำโปรแกรม VASER HD + BodyTite เลยละกัน 
ก่อนหน้านี้เฟย์ก็มาปรึกษาคุณหมอที่สาขาสยามสแควร์วันแล้ว 
คุณหมอก็แจ้งให้งดกินวิตามินทุกชนิดก่อนวันที่มาทำ 7 วัน
เพราะวิตามินบางตัวอาจส่งผลทำให้เลือดออกมามากขึ้น
ระหว่างที่ทำการผ่าตัด ใครที่กินวิตามินอยู่แล้ว
ก็งดล่วงหน้าซัก 7 วันนะค้า อย่าแอบกินละกันล่ะ ^_^


พอมาถึงก็จะทำการวัดความดัน และเปลี่ยนเสื้อผ้า
ถ้าใครมาทำดูดที่ขาก็ควรใส่เป็นพวกกระโปรงยาวๆสบายๆ
เวลาที่ใส่กลับจะได้ไม่ลำบาก ช่วงนี้เราก็นอนรอให้พี่พยาบาล
มาเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ พร้อมวัดขนาดต้นขาก่อนทำ


ขนาดต้นขาที่วัดได้ก่อนทำข้างละ 55 ซม 
ขนาดต้นขาที่วัดได้หลังทำข้างละ 52 ซม


หลังจากที่วัดขนาดต้นขาแล้วคุณหมอจะเข้ามาพร้อมกับวาดรูป
ที่ต้นขา กะระยะและหามุมที่จะเปิดแผลเพื่อที่จะสอดท่อเล็กๆ
มองอย่างงี้จะเห็นได้ชัดว่าอีกระเป๋าตรงต้นขาเฟย์มันใหญ่จริงๆนะ


รอยวาดเมจิกทั้งหมดที่คุณหมอวาด ซึ่งคุณหมอตัดสินใจว่า
จะเปิดแผลที่ช่วงใกล้ๆแก้มก้นด้านหลังค่ะ 

ตอนแรกหมอก็เชียร์ให้ดูดทั้งขาในและขานอกเลย
แต่เฟย์อยากลองดูดแค่ขานอกก่อน เพราะเดี๋ยวต้อง
ไปยืนทำขนมอีกหลายชั่วโมง กลัวว่าจะระบมมากไป
เอาจริงๆทำทั้งทีน่าจะดูดทั้งข้างในข้างนอกเลยเนอะ
เจ็บทั้งที ต้องเจ็บให้สุด จริงมะ? 


ต่อมาคุณหมอก็จะอธิบายถึงวิธีการทำและขั้นตอนอย่างละเอียด
ตอนนี้ใครอยากถามอะไรถามได้เต็มที่เลยนะ 
(ออร่าหล่อๆของหมอพุ่งมากอ่ะเธอว์ >.<)


ใส่หมวกเก็บผมพร้อมเตรียมทำเต็มที่ละค่า เย้!!
(จริงๆยิ้มสู้กล้อง แต่ในใจนี่ตื่นเต้นมาก)


ขั้นตอนแรกก็จะมีการเอาผ้าที่ผ่านการฆ่าเชื้อมาแล้วปิดและเปิด
ในส่วนที่จะทำการสอดท่อเท่านั้น ตอนนี้ห้ามมือบอนเอามืออกจากผ้านะ
เดี๋ยวแผลจะติดเชื้อเอาได้ และคุณหมอก็จะเริ่มทำการฉีดยาชา
ตรงบริเวณที่จะเปิดแผล เอาจริงๆขั้นตอนนี้เฟย์ว่าเจ็บสุดละ
ความรู้สึกคือยาชาวิ่งเข้าไป ---- มันแสบๆเจ็บๆ
จะบอกว่าไม่เจ็บเลยก็คงไม่ใช่อ่ะ แต่ก็เป็นความเจ็บที่ทนได้นะ
ไม่ใช้แบบกรี๊ดกร๊าดจะเป็นจะตาย (พอไหวๆๆ)



พอยาชาเริ่มออกฤทธิ์คุณหมอก็จะเริมเปิดแผล และค่อยๆสอดท่อ
เพื่อฉีดน้ำเกลือเข้าไปตีกับไขมันข้างในให้แตกตัวและดูดออกมา
ความรู้สึกเหมือนตอนโดนกระซวกขายังไงอย่างงั้น คือตอนนี้จะไม่ค่อยเจ็บละ
เพราะยาชาออกฤทธิ์เต็มที่แล้ว จะมีเจ็บจี๊ดๆสะดุ้งที่บางส่วน
โดยขั้นตอนนี้จะเป็นการใช้เครื่อง BodyTite โดยการใช้นวัตกรรม RFAL
เพื่อสลายเซลล์ไขมันและดูดออกมาพร้อมกระชับผิวด้วยคลื่น RF
จะรู้สึกร้อนๆผิวเป็นช่วงๆ แต่ไม่ต้องกลัวว่าจะเป็นอันตรายนะ
เพราะเค้ามีเครื่องตรวจและควบคุมอุณหภูมิที่เหมาะสมกับผิวมากที่สุดค่ะ


หลังจากนั้นคุณหมอจะเปลี่ยนเป็นเครื่อง VASER HD เพื่อทำการสลายไขมัน
ด้วยคลื่น Ultrasound เลือกทำลายเฉพาะเซลล์ไขมันและดูดออกอย่างอ่อนโยน
ด้วย VentX Cannulae ท่อดูดไขมันชนิดพิเศษ ต่อด้วยใช้สารละลาย 
Tumescent Fluid ร่วมด้วยเพื่อลดการเสียเลือด แถมยังมีการจี้ทำลายเซลล์ไขมัน
คุณหมอบอกว่า จะทำให้ส่วนที่ทำการดูดมีเซลล์ไขมันลดลง
กักเก็บไขมันได้น้อยลง ถ้าเกิดน้ำหนักเราเพิ่ม ส่วนที่ดูดออกก็จะอ้วนช้าลงด้วยค่ะ 


อันนี้คือรูปร่างหน้าตาของเครื่อง BodyTite นะคะ 
ส่วนเจ้าตัว VASER เฟย์ลืมถ่ายมา แหะ แหะ 


แท่น แท๊น... หลังจากใช้เวลาไปประมาณ 2 ชั่วโมง 
ก็ได้น้องไขมันออกมาล่ะค่าาาาา 😄


จะเห็นได้ว่าดูดไขมันออกมาได้ตั้ง 600cc แหน่ะ นี่ไม่ได้นับรวม
เลือดที่ถูกดูดออกมาด้วยนะ ถือว่าออกมาได้เกินครึ่งลิตรเลย 
เห็นกระเปาะเล็กๆใครจะนึกว่ามีไขมันออกมามากขนาดนี้

พอเสร็จแล้วพี่พยาบาลก็จะมาทำแผลพร้อมกับ
ใส่กางเกงรัดกระชับสัดส่วนให้เรา
(จะซื้อจากคลินิกหรือซื้อมาเองก็ได้)
ซึ่งเฟย์ขอเน้นตรงนี้เลยว่า มันจำเป็นมาก
เพราะผิวเรามันเคยมีไขมันอยู่
พอถูกดูดไขมันออกไปก็จะเกิดช่องว่างใต้ผิว
เราจึงต้อง รัด กระชับ ให้ผิวกลับมาเข้าที่
โดยช่วง 1 เดือนแรกต้องใส่ 24 ชม
เพื่อให้ผิวเรากระชับเข้าที่ให้ได้มากที่สุด
และหลังจาก 1 เดือน ก็ควรใส่ให้บ่อย
และนานที่สุดติดต่อกันไป 3 เดือนค่ะ


เฟย์แนะนำว่าช่วงเดือนแรกให้ใส่ตลอดทั้งวันรวมทั้งตอนนอนด้วย
เวลาออกไปข้างนอกก็ใส่พวกกางเกงขายาวหรือกระโปรงยาวแทน
จะได้ไม่เห็นกางเกงกระชับสัดส่วนแลบออกมา
ช่วง 1 เดือนแรกจะทรหดนิดนึง
เพราะทั้งเจ็บแผลแถมต้องใส่กางเกงรัดอีก
แต่ห้ามขี้เกียจใส่นะ ขาจะได้เพรียวๆสวยๆ


ที่คลินิกเค้าจะให้ยามาด้วยค่ะ มียาแก้อักเสบ ลดเขียว ลดบวม ลดช้ำ น้ำเกลือแร่
ที่ซองยาจะมีเขียนไว้แล้ว ว่ากินเวลาไหน วันละกี่เม็ด
กินยากันไปยาวๆค่ะทีนี้ 😂


สิ่งที่สำคัญนอกจากการกินยาและใส่กางเกงกระชับสัดส่วน
นั่นก็คือการทำแผล ซึ่งต้องทำแผลทุกวันโดยการเช็ดแผลด้วยน้ำเกลือ
ทาเบตาดีน และทาทับด้วยขี้ผึ้ง (Terramycin) โปะทับหนาๆไปเลย
เพื่อให้แผลปราศจากเชื้อและแห้งไวที่สุด ถ้าใครทำแผลให้ตัวเองไม่ถนัด
ก็ให้พ่อ แม่ พี่น้องทำให้ หรือจะมาทำที่คลินิกก็ได้ แต่จะเสียเวลาเดินทางนะ


วันที่สองหลังจากที่ทำ จะเห็นได้ว่าต้นขานอกเฟย์หายไปแล้วววว
มันหายไปแล้ววววววววววว กรี๊ดดด มากกกก
คือแบบ เฮ้ยยย ขาชั้นเล็กได้ขนาดนี้เลยเหรอ
มันอะเมซิ่งสุดๆ เหมือนเสกเวทย์มนต์ทำให้หายไปเลย
** ครบ 7 วันอย่าลืมไปตัดไหมตามที่คุณหมอนัดน้า


คือแบบ หื้มมมมม เพรียวมากกกกกก
แต่ก็ยังมีรอยช้ำอยู่นะ ซึ่งรอยช้ำจะจางหายไปเอง
ประมาณวันที่ 20 รอยช้ำก็หายไปหมดละ
และขาก็ยังไม่ค่อยเข้าที่ ยังมีความเป็นตะปุ่มตะป่ำ
อยู่บ้าง ซึ่งนี่คือเหตุผลที่ต้องใส่กางเกงรัดอย่างต่อเนื่อง
เพื่อให้ผิวกลับมาเข้าที่ให้ได้มากที่สุด

ไปอ่าน Part 2 หลังจากทำ Vaser HD + Bodytite 25 วันพร้อมบทสรุปการทำทั้งหมด


You Might Also Like

0 ความคิดเห็น

SUBSCRIBE NEWSLETTER

Get an email of every new post! We'll never share your address.

Translate

Facebook Page